สังคมผู้สูงอายุคือสังคมที่มีประชากรอายุเกิน 60 เป็นจำนวนมากกว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้สูงอายุขณะนี้มีกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยจำนวนประมาณ 9.4 ล้านคน คิดเป็น 14.5% ของประชากรทั้งหมด และในปี 2568 ผู้สูงอายุในไทยจะมีจำนวน 14.4 ล้านคน คิดเป็น 20% ของประชากร ซึ่งถึงตอนนั้นประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว แค่คิดว่าเดินผ่านคน 5 คน 1 ในนั้นจะมีผู้สูงอายุ 1 คนก็จะเข้าใจได้ชัดเจนเลยครับ แนวโน้มของตลาดนั้นก็เติบโตสูงเพราะคนก็ต้องแก่ตัวตามวัย ยิ่งในสมัยเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วมีการเน้นให้คนไทยมีลูกกันมากเพื่อพัฒนาประเทศ จำนวนที่มากมายมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีก็จะยิ่งมากเข้าไปอีก(ผมนี่ก็จะเป็นหนึ่งในลูกค้าของบริการเหล่านี้ด้วยแน่ ๆ 55) และนี่เป็นโอกาสของผู้นำเข้าส่งออกที่จะหันมาผลิตและนำเข้าสินค้าเพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งสินค้ากลุ่มอาหาร สินค้าเพื่อสุขภาพ และกลุ่มสินค้าอำนวยความสะดวกภายในครัวเรือน เพราะขณะนี้ประชากรในอาเซียนมีสัดส่วนผู้สูงอายุ 12-15% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมีการคาดกันว่าอีก 10-15 ปี ข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นกว่า 65 ล้านคน

ถ้าใครคิดจะเริ่มธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุในไทยตอนนี้ดูจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงสุดท้ายแล้วครับ ทำตอนนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคุณก็เป็นโปรเฟสชั่นนอลด้านผู้สูงอายุพอดี ตลาดก็เข้าใจ พื้นฐานธุรกิจก็แน่น ยิ่งถ้าไม่ละเลยการสร้างนวัตกรรมผมว่ารุ่งมีโอกาสโกอินเตอร์สูง ซึ่งถ้าไปทำตอนที่ตลาดมีผู้เล่นมากเกินไปแล้วจะยากมากจนรายใหม่แข่งขันยากแน่นอน

การเริ่มต้นในส่วนของผู้นำเข้า ผมมองเห็นว่าประเทศที่มีผู้สูงอายุลำดับต้น ๆ ของโลกและมีนวัตกรรมที่ดีคงจะไม่พ้นญี่ปุ่นไปได้ ลองสำรวจตลาดดูนะครับว่าเค้ามีอะไรพัฒนาไปบ้างแล้ว และมีอะไรที่พอจะนำเข้ามาขายในไทยได้ครับ

ส่วนผู้ประกอบการส่งออก สินค้าส่งออกที่สุดยอดที่สุดของไทยคืออาหารและบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ ผมคิดว่าพยาบาลจำนวนมากอยากจะเปลี่ยนจากการดูแลคนไข้จำนวนมากมาเป็นดูแลคนไม่ไข้คนเดียวอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องอาหารออแกนิกส์คนไทยมีโอกาสที่ดีจากสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมและยังมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ โอกาสที่จะปลูกผักทำฟาร์มให้รวยไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแบบสมัยก่อนแล้วนะครับ เพราะผมเห็นชาวนาออแกนิกส์ที่ลดต้นทุนได้โคตะระมหาศาลจนแทบจะเป็น 0 มาแล้ว ผลกำไรต่อไร่จึงไม่ธรรมดาแบบที่ว่าผมอยากจะไปปลูกข้าวทำสวนทำนาเลยครับ

โดยส่วนใหญ่สินค้าเพื่อผู้สูงอายุจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพจึงจะต้องไปเกี่ยวข้องกับ อย. เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นก่อนจะนำเข้าส่งออกอย่าละเลยที่จะศึกษารายละเอียดให้ดีนะครับ

ทุกที่ทุกแห่งในประเทศไทยยังมีโอกาสอยู่อีกมากจริง ๆ นะครับ ขอแค่ไม่ปิดกั้นไอเดียตัวเองด้วยความคิดลบ ๆ แล้วเปลี่ยนเป็น “ถ้าจะทำไอเดียนี้ ต้องทำยังไง ถึงจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้” ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอนครับ :)