NEW NORMAL(บรรทัดฐานใหม่) เป็นนิยามที่ผมพอจะเอามาใช้ได้ดีที่สุดในเวลานี้ โลกทุกวันนี้อิงกับเทคโนโลยีอย่างมาก NEW NORMAL ในยุคเราก็ “อะไร ๆ ก็ออนไลน์” นี่แหละ ถึงมันจะมาถึงแล้วหลายปีมาก แต่ก็ยังต้องบอกว่ามีคนปรับตัวไม่ทันอยู่อีกเยอะ เพราะ แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจครับ

ที่ว่าไม่มีอะไรแย่หรือดีอย่างจริงจังอีกต่อไป นั่นเพราะ พฤติกรรมการบริโภคของคนอิงกับที่กระแสสังคมออนไลน์สูงมาก เมื่อก่อนเราไม่มีทางรู้อย่างจริงจังว่า อะไรอยู่ในเทรนด์ อะไรที่อยู่นอกเทรนด์ หรือ อะไรที่หลุดวงโคจรไปแล้ว แต่ตอนนี้เราสามารถหาข้อมูลได้จากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งสิ้น

เช่น กล้องฟิล์มตอนนี้ก็กลับมากลายเป็นของที่อยู่ได้ไปแล้ว KODAK ที่ว่าเจ๊ง ๆ ก็ยังกลับมาประคองตัวด้วยธุรกิจฟิล์มได้ ข่าวว่าจะขึ้นราคาอีกต่างหาก นั่นหมายถึง อะไร ๆ ก็ขายได้ อยู่ที่ลูกค้าจะซื้อหรือไม่

การขายดีไม่ดี จึงไม่ใช่แค่ว่าเศรษฐกิจโดยรวมดีแล้วคุณจะขายดีอีกต่อไป และ ต่อไปก็น่าจะไม่แม้กระทั่งขายได้บ้างด้วยซ้ำในอนาคต ลูกค้าเลือกมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นทุกปี เนื่องจากการสร้างตัวตนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ใคร ๆ ก็อยากจะให้คนรอบข้างจดจำตัวเองได้ในรูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง หรือ แค่มีโอกาสได้โพสความชอบส่วนตัว เช่น ของใช้ที่ตัวเองชอบ ชอบเที่ยวแบบไหน ชอบสะสมของอะไร ชอบแต่งตัวสไตล์ไหน ให้คนอื่นได้ชื่นชมก็ถือเป็นการแสดงตัวตนได้ดีอย่างหนึ่งแล้ว

คนเราก็แบบนี้พอกินอิ่ม นอนหลับ มีที่คุ้มหัว ต่อไปก็สร้างความภูมิใจในชีวิตครับ

สำหรับเรื่องนี้ผมแนะนำให้ผู้ประกอบการควรเริ่มคิดอย่างจริงจัง เรื่องเราเอาสินค้านี้มาขายใคร นั่นคือต้องสร้าง PERSONA ของลูกค้ากันได้แล้ว ลูกค้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจจะลง แต่คนที่จับทางถูก มีลูกค้าประจำก็จะยังขายได้ต่อไปนะครับ

อยากให้นึกว่า ลูกค้าแค่ไม่อยากใช้เงินกับของที่ไม่ใช่ แบบนี้จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

อ่อ แล้วอีกเรื่องคือ กำแพงการค้าระหว่างประเทศนับวันมีแต่จะลดลง อีกหน่อยการค้าขายและขนส่ง จะง่ายมาก ลูกค้าของเราจะไม่ใช่แค่คนท้องถิ่น ประเทศไทย หรือ แค่ประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป มันจะเป็นโลกนี้ทั้งใบนะครับ ความได้เปรียบที่สมัยก่อนมีแต่แบรนด์ใหญ่ส่งของออกไปตีตลาดโลกจะตกลงมาถึงมือรายเล็กอย่างแน่นอนครับ