เลข 1 จำนวนนับที่เหมือนกัน แต่มันแตกต่างกันโคตร ๆ เมื่อมันแปรผกผันไปกับชีวิตของเรา บางครั้ง 1 ของเราที่ว่ายอดเยี่ยมนั้นกลับด้อยค่าเพราะ 1 ของเราแต่ละคนไม่เท่ากันครับ

เมื่อพูดถึงเงิน 1 บาทกับคนรวยเราก็จะรู้ว่ามันไม่ถูกเก็บไปคิดกับคนที่รวยแล้วหรอกครับ แต่ 1 บาทของคนไม่มีกินมันก็อาจจะรวมกับอีก 29 บาทกลายเป็นข้าวต่อชีวิตไปอีก 1 มื้อได้อย่างทรงคุณค่า

แต่วันนี้ผมไม่ได้มาเขียนถึงเงินแต่อย่างใดและไม่อยากให้คุณมองว่าเงินมีค่ามากกว่าไปกว่าตัววัดซะด้วยซ้ำ แต่การที่บางคนเคยอดอยาก ลำบากหรือต้องการเงินก็อาจจะทำให้ทัศนคติระหว่าง “คุณกับเงิน” ผิดที่ผิดทางไปไกล ผมมักบอกใคร ๆ เสมอว่าเงินไม่ใช่เป้าหมาย มันเป็นเพียงตัววัดที่คนทั่วไปเค้าใช้กันเท่านั้นเอง ดังนั้นอย่าไปสนใจมันมากกว่าการวางแผนการเงินให้ดี แล้วไปสนใจสร้างคุณค่าของเราให้มากจะดีกว่า

วันนี้ผมเขียนถึง 1 งานของเรานั้นไม่เท่ากันให้คุณได้อ่านเพื่อตระหนักคิดและเปลี่ยน 1 งานของคุณให้ทรงคุณค่าขึ้นมากกว่าเดิม แล้วตัววัดที่เรียกว่าเงินมันก็จะเพิ่มของมันเองครับ

ผมเป็นเซลส์คนหนึ่งครับ ผมขายเฟรท เซลส์ท่านอื่น ๆ ก็เช่นกัน พวกเราขายเฟรทซึ่งก็คือระวางเรือว่าง ๆ ที่ต้องเอาสินค้าคุณ ๆ ทั้งหลายมาเติมให้เต็มให้ได้

การทำงานขายเฟรทเราทุกคนน่าจะเริ่มกันที่การโทรไปเสนอขาย นัดหมายและจบลงด้วยการปิดการขายต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ก็ได้เช่นกัน

ตอนนี้ทุกคนก็ทำเหมือนเดิมครับ แต่บางคนอาจจะขยายช่องทางโดยการเพิ่มคอนเน็กชั่นเข้าไปด้วยช่องทางอื่น ๆ อย่างเช่น เข้าร่วมสัมมนาธุรกิจเพื่อพบปะแลกนามบัตรกันบ้าง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดีครับ ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี งานสัมมนาหรืองานแสดงสินค้าก็เป็นทางหาลูกค้าที่ดีทางหนึ่งเลยครับ

จะเห็นว่า 1 งาน ของเซลส์ธรรมดากับเซลส์ที่เปลี่ยนช่องทางเริ่มจะแตกต่างกันแล้วใช่มั้ยละครับ ซึ่ง 1 งานที่เซลส์ที่แตกต่างทำให้ 1 ผลิตผลที่จะออกมาย่อมจะแตกต่างกันอย่างแน่นอน

การร่วมงานสัมมนา 1 งานอาจจะทำได้เจอผู้บริหารตรง ๆ แต่กับการโทรเสนอขายทั่วไปคุณอาจจะไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลยต่อ 1 งานที่ทำลงไปเพราะใคร ๆ ก็โทรจนคนรับสายรำคาญแล้ว และเซลส์เก่ง ๆ ทุกคนรู้ว่าการพบเจอกันต่อหน้ามักจะได้รับโอกาสที่มากกว่า อย่างน้อยก็คือการเปิดใจของลูกค้าที่ให้เข้าพบก็ช่วยให้การขายสำเร็จเกินครึ่งไปแล้ว

1 งานของเซลส์ทั่วไป กับ 1 งานของเซลส์ที่แตกต่างนั้นทำให้โอกาสในการได้งานแตกต่างกันมากใช่มั้ยละครับ

แอบโม้นิดหนึ่งว่า 1 งานของผมคือเขียนสิ่งที่ผมทำได้และทำเป็นให้คนตั้งแต่ 100 ถึง 1,000 คนอ่านทุกเช้าวันจันทร์ ทำผมได้เจอลูกค้ามากกว่าเซลส์ท่านอื่นอย่างน้อย 2-10 เท่าทุก ๆ วันจันทร์ นั่นคือ 1 งานของผมครับ ซึ่งอีกหน่อยพอคนอื่นตามมาทันผมก็ต้องหา 1 งานใหม่ที่มีผลิตผลมากกว่านี้อีกให้ได้

ดังนั้น 1 งานที่ยอดเยี่ยมคือคุณต้องพยายามหา 1 งานที่ทำให้เกิดผลิตผลมากขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อย ๆ แทนที่จะทำ 1 งานเดิมแต่ทำถี่ขึ้นครับ :)