Waybill คือ เอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้กับผู้ขายและผู้ซื้อ เอาไว้ใช้ยืนยันการขนส่งครับ ใครส่งอะไร จำนวนเท่าไหร่ จากที่ไหน ด้วยพาหนะแบบใด ไปถึงที่ไหน ใครเป็นผู้รับ และ ผู้ส่งหรือผู้รับเป็นคนจ่ายค่าบริการ คอนเซปของ waybill ก็มีประมาณนี้เองครับ

ส่วนชื่อเรียก waybill ก็จะใช้เหมือนกัน เพื่อความเป็นสากล

  • ทางเรือ จะเรียกว่า Bill of lading
  • ทางเครื่องบิน จะเรียกว่า Air waybill
  • ทางรถ จะเรียกว่า Truck waybill

ถ้ามีทางเรือดำน้ำ ก็น่าจะเรียกว่า Submarine waybill หรือทางจรวดอวกาศ ก็อาจจะเป็น Space waybill ใครจะไปรู้ถ้าเราไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร ซักวันอาจจะมีขึ้นมาก็ได้นะครับ :)

ใจความสำคัญของบทความนี้คือ การโกงกันในโลกออนไลน์ เพราะปัจจุบันถึงแม้โลกจะวิวัฒนาการไปไกลแล้ว แต่คนชั่วก็ยังคงมีอยู่ไม่ไปไหน กลโกงอย่างหนึ่งที่คนเหล่านี้จะใช้หลังจากที่เราหลวมตัวสั่งสินค้าไปแล้วคือ การสร้างหลักฐานปลอมในการขนส่งมาให้เราดู และส่วนใหญ่จะจ่ายเงินล๊อตแรกไปแล้ว ตอนนี้มักจะเป็นการโกงซ้ำ เหมือนกับเอาสินค้ามาขู่เราอีกที

วิธีการก็จะเป็นแบบนี้ครับ

คุณสั่งสินค้าผ่านเวปไซต์ประเภท marketplace ที่น่าเชื่อถือ เช่น alibaba แต่คนขายไม่ได้น่าเชื่อถือแต่อย่างใด(โจรดี ๆ นี่เอง) ยกเว้นราคาจะถูกมากกว่าปกติ คุณเห็นกำไรรอตรงหน้า คุณจึงสั่งซื้อของกับร้านที่ไม่น่าเชื่อถือนี้ไป

เมื่อคุณสั่งสินค้าไปแล้ว ทางคนขาย(โจร)จะบอกให้คุณจ่ายเงินตรงไปที่เค้าแทนที่จะจ่ายผ่านคนกลางที่เชื่อถือได้ โดยส่วนใหญ่จะลดราคาลงไปอีก มักอ้างว่าเพราะภาษีกับค่าธรรมเนียมจะลดลง แต่จริง ๆ แล้วคือ โอนแบบนี้เงินคุณจะหายแล้วหายเลย

หลังจากที่สินค้าดูเหมือนว่าจะส่งออกมาแล้ว คนขาย(โจร) จะส่ง waybill มาให้คุณ ซึ่งก็คือเอกสารปลอมนั่นแหละ แต่การที่คุณซื้อของแบบนี้ได้แปลว่าคุณไม่เคยโดนหลอก คุณก็มีสิทธิจะโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อจากนี้อีก 2-3 สเต็ป

พอคุณได้ ใบตราส่ง(waybill) มาคุณก็จะนึกว่าของมาแล้วแน่นอน คุณจะเชื่ออย่างนั้น

แล้วปัญหาหลายอย่างก็จะเริ่มเกิดขึ้นตอนนี้นั่นเอง

ปัญหา: ของติดด่านที่ต่างประเทศ

ความจริง: ไม่มีสินค้าไหนไปติดด่านที่ไหนได้ เป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นสินค้านั้นผิดกฎหมายเท่านั้น และด่านที่จะติดได้มีด่านเดียว คือด่านที่ปลายทางเท่านั้น จำไว้นะครับ

ทางคนขาย(โจร) จะให้คุณโอนเงินไปให้เค้า ไม่งั้นของจะติดอยู่งั้นแหละ ถ้าคุณโอน คุณจะได้เจอปัญหาต่อไป

ปัญหา: สินค้าค้างอยู่แถวใกล้ ๆ ไทยละ แต่ติดด่านอีกรอบ

ความจริง: เหมือนข้อที่แล้ว

เมื่อคุณเสียเงินอีกรอบ คุณจะผ่านด่านนี้มาได้ แล้เข้าสู่สเตจสุดท้าย ต่อไปนี้

ปัญหา: ติดด่านไทย

ความจริง: การติดด่านที่ไทยนั้นเกิดขึ้นได้จริง แต่… ถ้าคุณเชื่อโจร คุณจะเสียเงินอีกรอบ คราวนี้จะเยอะที่สุดด้วย

เหตุการณ์ที่ 1: สินค้าคุณมามากกว่าที่สั่งไป คนขาย(โจร)จะบอกว่าส่งผิด แต่เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา เค้าจะขายให้ถูก ๆ แล้วกัน ถ้าคุณโอนก็สบายแน่นอน

ความจริง: มีไอ้บ้าคนไหนทำธุรกิจขาดทุนมั่งครับ? แน่นอนว่าไม่มี!

เหตุการณ์ต่อมา: ให้ระวังโดนต่อต่อย ถ้าโดนต่อยให้รีบไปพบแพทย์ คนที่แพ้พิษต่ออาจจะถึงเสียชีวิตได้

เหตุการณ์ต่อไป: โชคดีจัง มันไปแล้ว ถรุ้ยยย!!

เหตุการที่ 2(อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้แต่มักจะมี): ในตู้สินค้ามี ซองสีน้ำตาลบรรจุเงินสด 1 ล้านดอลล่า หรือ มากกว่านั้น

ความจริง: สินค้ามันไม่ได้มีจริงตั้งแต่แรก และ ตู้สินค้าที่ไหนใครจะยัดเงินลงไป? เค้ามีแต่จะโอนเท่านั้นแหละ คนที่ใส่เงินเป็นล้านไว้กับสินค้าไม่ค้ายาก็ค้ามนุษย์แน่นอน

เหตุการณ์สุดท้าย: ทุกอย่างจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่าหวังพึ่งตำรวจ เพราะ จับมาได้ก็แค่พวกรับจ้างเปิดบัญชีเท่านั้นแหละ ส่วนเงินคุณน่ะ หายไปแล้ว

เอาละ ผมเล่าจบพาร์ทของการโกงไปละ ต่อไปเป็นพาร์ทที่ผมหวังว่าจะทำให้คุณโดนแค่ค่าสินค้า(ที่ไม่มีอยู่จริง)เท่านั้น

วิธีเช็ค Bill of Lading และ Waybill ว่าปลอมหรือของจริง

เรามาดูที่ Bill of lading กันก่อนครับ

ตัวอย่าง Bill of lading

ถ้ารูปแบบไม่ได้เป็นแบบที่ผมทำตัวอย่างให้ดูก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะสาระสำคัญอยู่ตรงช่องที่ 6 ที่แสดงชื่อ Agent ครับ ลองหาให้เจอ ปกติแล้วมันจะอยู่ตรงตำแหน่งนี้แหละ แต่ถ้าไม่อยู่ตรงนี้อาจจะไปอยู่ด้านล่างได้ครับ

Agent คือ คนที่เราติดต่อได้ในประเทศปลายทาง ถ้าหาไม่เจอให้ถามคนขายนะครับว่าใครเป็นตัวแทนขนส่งในไทย เค้าต้องบอกได้ครับ เวลาเราจะไปเอาสินค้าเนี่ยเราต้องไปเอา D/O ที่ออฟฟิสเค้า ดังนั้นจะไม่มีไม่ได้

พอได้ชื่อมาแล้วเราก็เอาชื่อนี้ไป search google ได้เลย ถ้าไม่เจอชื่อ อันนี้ต้องเริ่มสงสัยได้แล้วนะครับ ถ้าเจอก็ดูเบอร์โทรศัพท์หน่อยครับ ว่าชื่อเบอร์โทรบน Bill of lading ที่อยู่บนเอกสารตรงกันมั้ยกับหน้าเวบไซต์ แล้วก็โทรไปเช็คครับ ถ้าเราสงสัยมาก ๆ ก็ไปหาเค้าได้เลยที่ออฟฟิส แน่นอนว่าถ้าไม่มีตัวตนติดต่อได้ ก็โดนโกงแน่นอนครับ

ดาวน์โหลดตัวอย่าง Bill of lading

แนะนำให้อ่าน: Bill of lading(B/L) ใบตราส่งสินค้าทางทะเล

ในกรณีของ Truck waybill ปกติจะมีชื่อเอเย่นเหมือน Bill of lading แต่เอกสารทางรถจะไม่ค่อยมีแบบแผนตายตัว จึงไม่มีรูปประกอบนะครับ แต่มันจะมีข้อมูลติดต่อของ Agent ที่ไทยอยู่บนนั้นอย่างแน่นอน

ต่อไป Air waybill ครับ

ตัวอย่าง AWB, Air waybill

Air waybill จะตรวจสอบยากกว่า แต่จุดตรวจสอบมันมีครับ คือ Flight เราสามารถเอาไฟล์ทนี้เนี่ย ไปตรวจสอบที่หน้าเวปไซต์ได้ ผมมาร์กสีเขียวไว้ให้นะครับ เช่น ในรูปคือไฟล์ท TG ก็คือการบินไทยนั่นเอง เราก็โทรไปการบินไทยครับ แล้วถามเค้าว่าเลข waybill นี้ตอนนี้กำลังอยู่ถึงไหนแล้ว โดยดูได้จากช่องขวาสุดด้านบนครับ

หรือจะเข้าเวปไซต์ก็ได้ครับ https://www.thaicargo.com/th/main

ส่วนสายการบินอื่นก็เข้าหน้าเวปไซต์ของเค้าได้เลยนะครับ โดยเอาชื่อย่อสองตัวนั่นแหละครับไป search google ดูได้ว่าสินค้าเรามากับสายการบินไหน

บางทีเราอาจจะเจอสายการบินโล๊วโลวคอร์ส หน้าเวปไซต์จะแย่มากจนเรานึกว่าเป็นเวปไซต์ปลอม ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ ให้ตรวจสอบให้ดีก่อนครับ

กรณีส่งแบบพัสดุ

กรณีนี้ คือ กรณีที่เลวร้ายมากครับ เพราะปัญหาที่คุณจะเจอคือ พวกโจรจะเอาพวกส่งพัสดุนี่แหละมาหลอกคุณ เพราะมันตรวจสอบยากมาก และ โจรก็รู้ครับว่ามันตรวจสอบยากมาก จึงมักจะใช้ Waybill ของบริษัทโนเนมพวกนี้แหละมาแก้ไขแล้วส่งให้คุณ

เท่าที่ผมเคยเจอมาแบบโหดสุดคือ โจร จะทำหน้าเวปไซต์ปลอมขึ้นมา ให้คุณเข้าไป Tracking ได้ด้วย ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์รับรองว่าดูไม่รู้แน่นอนครับ

คุณควรจะคุยกับคนขายให้เรียบร้อยก่อน คือให้ถามไปเลยว่าคุณจะส่งผ่าน DHL หรือ Fedex อะไรแบบนี้มั้ย เพราะโดยปกติแล้วการขนส่งสินค้าข้ามประเทศที่จำนวนสินค้ามาก ๆ หรือ ขนาดใหญ่ เค้าจะไม่ส่งผ่านบริษัทเล็ก ๆ กัน มันไม่ค่อยมีบริษัทเล็ก ๆ ที่ไหนจะส่งพัสดุได้ถูกกว่า DHL, Fedex หรือ UPS ครับ เพราะพวกนี้ไม่มีทางมีเครื่องบินเป็นของตัวเองจะได้ส่งถูก ๆ ได้ ยังไงก็ต้องส่งผ่านสายการบินหรือผู้ให้บริการขนส่งพัสดุเจ้าใหญ่ถึงจะถูกที่สุด

ผมหวังว่าคุณจะไม่ลองเสี่ยงนะครับ

ทางแก้ที่ดีที่สุด

คุณควรจะหาบริษัท Freight Forwarder ในไทยมาใช้บริการเลยครับ พวกโจรจะไม่กล้าเจอใครอยู่แล้ว ถ้าเราบอกไปเลยว่าจะซื้อแบบ FOB หรือ EXW เท่านั้น รับรองว่าถ้าเป็นโจรจริงจะไม่คุยกับคุณต่อแน่นอน

อย่างแย่ที่สุดที่คุณจะเจอ คือ คนขายที่ไม่ดีส่งสินค้าไม่ตรงตามสั่ง หรือ สินค้าด้อยคุณภาพ เพราะ Freight Forwarder จะไม่เปิดสินค้ามาตรวจสอบให้ครับ คือเปิดมาเราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสินค้าตรงตามที่คุณสั่งหรือไม่(ฮา)

แนะนำให้อ่าน: FOB : Free On Board อธิบายแบบละเอียด

Feature image by Gabrielle Henderson on Unsplash