ในทุกวันนี้เราอยู่กับเทคโนโลยีหลากหลายซึ่งเกิดจากอินเตอร์เน็ตแทบจะทั้งนั้น เทคโนโลยีใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องเข้าใจมันให้ได้ การปรับตัวที่ว่องไวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่สุด การที่เราไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีจะทำให้เราเสียเปรียบคนอื่นอยู่เสมอ อย่างเช่น เทคโนโลยี Wearable ถ้าเป็นคนยุค 90 แบบเดียวกับผมจะนึกภาพการ์ตูนญี่ปุ่นที่ฮีโร่ใส่นาฬิกาที่สื่อสารกับคนอื่นได้แต่ตอนนี้มันคือ Apple Watch หรือ Galaxy Gear ที่อยู่ในความเป็นจริง

แต่เรื่องที่เป็นรายละเอียดย่อย ๆ พวกนี้เป็นเพียงกิมมิกเล็กที่อยู่ในเรื่องใหญ่เท่านั้น ถ้าคุณไม่ศึกษาให้ดีของเหล่านี้ก็แค่ของเล่นใหม่เท่านั้นเองครับ

Online marketing

เรื่องใหม่เมื่อ 10 ปีที่แล้วและเรื่องที่เป็นกระแสเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมา จนตอนนี้เป็นกระแสหลักที่ใครไม่ปรับตัวเข้าหาไม่ได้แล้ว เรื่องเหล่านี้ใกล้ตัวกว่าทีคิดนะครับ ใครที่ไม่พยายามทำพยายามเริ่มผมว่าคุณเสียโอกาสเอามาก ๆ เลยละครับ

เมื่อช่วงที่ Eximportal เริ่มหัดทำ Online Marketing ตอนนั้น ก็เป็นช่วงที่กำลังจะหมดเวลาบูมพอดี ซึ่งจะเรียกว่าทำตามกระแสก็ได้นะครับ แต่ผมก็เชื่อว่ายังไงซะ Online Marketing ก็จะต้องกลายเป็นของสามัญในการทำธุรกิจอย่างแน่นอน จึงไม่มีเหตุผลที่จะละเลยมัน จนในที่สุด Online Marketing มันก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวงการจนได้

ทุกวันนี้ผู้คนค้นหาผู้ให้บริการอะไรก็ตามผ่าน google และ search engine อื่น ๆ การที่คุณได้อ่านบทความนี้ นั่นก็เพราะคุณเจอผมจากเรื่องอะไรซักเรื่องที่ผมเขียนผ่านการค้นหาจาก Google ใช่มั้ยละครับ?

Big data

มันคือ “อภิมหึมา มหาข้อมูล” นะครับ เพราะมันใหญ่ขนาดนั้นจริง ๆ เอาแค่ข้อมูลทุกอย่างบนโลกโซเชี่ยลที่เป็นหนึ่งใน Big Data ที่ทุกคนจ้องจะขุดกัน ปริมาณข้อมูลก็โคตะระมหาศาลแล้ว ยังมีที่อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแบบสอบถามดูจะง๊อกหง๋อยไปเลยเมื่อเจอกับบรรดาคอมเม้นท์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความคิดจริง ๆ ของกลุ่มคนในสังคมซึ่งก็มีลูกค้าเรารวมอยู่ด้วย

การขุด Big Data ได้ก็ต้องมีความเข้าใจอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างดี ทั้งโปรแกรม Monitor หรือจะเป็นโซเชียลแบบต่าง ๆ และสถานที่อื่นในอินเตอร์เน็ต ซึ่งคนในอาชีพขนส่งอย่างผมโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มีโอกาสเข้าถึงความรู้ประเภทนี้ได้เลย แม้ตัวผมเองจะสนใจแต่เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการท่องทะเลข้อมูลก็แพงพอที่จะให้ผมหยุดความอยากรู้อยากเห็นได้ชั่วคราว

การใช้ประโยชน์จาก Big Data จึงจะมีใช้เฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งยิ่งเราไม่ขวนขวายเราก็จะยิ่งโดนรายใหญ่ ๆ ทิ้งห่างออกไปเรื่อย ๆ

IoT, Internet of Things

เทรนด์ที่จะเอาอินเตอร์เน็ตเข้าไปอยู่ในทุกอุปกรณ์เป็นเรื่องจริงจังที่สุดในยุคนี้ ผมให้เครดิตมันว่าเป็นหัวใจหลักของ Industry 4.0 เช่น รถยนต์ที่ขับได้ด้วยตัวเอง หรือ อุปกรณ์สวมใส่ที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นต่าง ๆ ก็เป็น IoT ที่จะเกิดแน่ ๆ และเจ้าสิ่งเหล่านี้ก็ก่อให้เกิด Big Data ทั้งนั้น

ในทางการแพทย์กำลังเริ่มใช้สิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังมาก เช่น Smart watch ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่สามารถตรวจวัดการเต้นของหัวใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และกิจกรรมอื่น ๆ ของเรา เหล่านี้จะช่วยให้แพทย์ทำการรักษาได้เร็วขึ้นตรงจุดขึ้นจากการแนะนำของข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ตลอดเวลา

คำถามที่สำคัญที่ผมเชื่อว่าคนที่อยากจะเปลี่ยนโลกโลจิสติกส์จะต้องเริ่มถามได้แล้วคือ “เราจะใช้ประโยชน์จากมันบ้างได้มั้ย อย่างไร” เพราะเจ้า IoT คือเรื่องใหม่ในตอนนี้และจะเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคต หากไปเริ่มเอาตอนที่มันเป็นเรื่องธรรมดาคงจะต้องตามเจ้าตลาดไปตลอดกาล

Digital economy

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือ Digital economy ที่เป็นหัวข้อใหญ่ที่ทางภาครัฐให้ความสนใจมากที่สุดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ Single gateway :D ซึ่งคุณน่าจะเคยได้ยินการต่อต้านของคนจำนวนมากต่อโครงการนี้อยู่บ้าง เพราะมันจะเก็บทุกข้อมูลของคุณโดยไม่ต้องลงแรงอะไรมาก เพียงแต่ความเสี่ยงมันสูงเกินไปเท่านั้น ถ้ามีแฮคเกอร์คนไหนสามารถไปดักรอพร้อม ๆ กับรัฐบาลได้หรือมีทุนแอบแฝงบางรางเอาข้อมูลทั้งหมดไปได้(โดยไม่ต้องลงทุน แค่นอนรอการเก็บข้อมูลของรัฐ) นั่นก็คือหายนะใหญ่สำหรับคนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลเหล่านั้นนั่นเอง

ด้วยตัวเศรษฐกิจที่ปกติก็มีมูลค่ามหาศาลอยู่แล้วจะยิ่งทวีความมหาศาลมากขึ้นไปอีกเมื่อใคร ๆ ก็ทำธุรกิจได้ ดูง่าย ๆ แค่ที่เมืองจีน Alibaba ทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ปีได้ โดยเฉพาะ Jack Ma ที่พลิกจากครูสอนภาษาอังกฤษเงินเดือน 20 เหรียญกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในเวลา 13 ปี เรื่องนี้จึงควรจะต้องจับตามองให้มากที่สุด Digital มันพลิกชีวิตคนได้จริง ๆ ครับ

บทสรุปของเรื่องเหล่านี้คือจะพาธุรกิจเราเข้าไปสู่ Digital Age ได้อย่างไร และ 4 เรื่องข้างต้นคือเรื่องที่ต้องโฟกัสอย่างมากที่สุดครับ